คณะนิติศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับ

นางสาวธัญวรัตม์ ตุ้งซี่ (กิ่ง)

ที่สอบไล่เป็นเนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 72

“ไอ้ไข่” แห่งวัดเจดีย์ ที่คนทั่วไปรู้จัก คือ รูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบ  ถูกสร้างขึ้นในท่ากำมือขวายกขึ้นไว้บนหน้าอก แขนข้างซ้ายปล่อยข้างลำตัว ตั้งอยู่ในศาลาวัดเจดีย์ (บางคนบอกว่าน่าจะเรียก “ตาไข่” หรือ “ทวดไข่” เพราะถูกสร้างนานมากแล้ว) ต่อมา “ไอ้ไข่” ถูกสร้างขึ้นอีกหลายเวอร์ชั่น เป็นรูปปั้นที่มีกิริยาบทที่ต่างจากเดิม ทั้งถูกวาดภาพเป็นผ้ายันต์ หล่อเป็นเหรียญ  เขียนเป็นหนังสือ สรุปได้ว่า วัดเจดีย์ได้ไปแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ เกี่ยวกับไอ้ไข่ ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา รวม 11 ผลงาน ได้แก่ ผ้ายันต์ 4 ผลงาน ซึ่งเป็นงานศิลปกรรม ประเภทงานจิตรกรรม รูปหล่อ 3 ผลงาน และเหรียญ 3 ผลงาน ซึ่งเป็นงานศิลปกรรมประเภทงานประติมากรรม และผลงานหนังสือไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ 1 ผลงาน ซึ่งเป็นประเภทงานวรรณกรรม ดิฉันขอให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ “ไอ้ไข่” ดังนี้

  1. ผลงาน “ไอ้ไข่” แต่ละเวอร์ชั่นจะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์แยกต่างหากจากกัน และมีระยะเวลา

การคุ้มครองต่างกัน โดยทั่วไปอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมและงานวรรณกรรมจะคุ้มครอง ตลอดชีวิตของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีก 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ตาย แต่หากเป็นกรณีผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือโดยการจ้างจะคุ้มครอง 50 ปี นับแต่สร้างสรรค์งาน

  1. การคุ้มครองลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่สร้างสรรค์งาน เป็นการคุ้มครองโดยผลของกฎหมาย ไม่มี

ขั้นตอนการของรับการคุ้มครอง (ต่างจากการคุ้มครองสิทธิบัตรที่ต้องจดทะเบียนจึงจะได้รับการคุ้มครอง) ส่วนการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ต่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเพียงการหลักฐานเบื้องต้นที่จะใช้เป็นข้อสันนิษฐานว่าผู้แจ้งข้อมูลเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

  1. สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรม งานวรรณกรรม คือ การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่งานต่อสาธารณชน รวมถึง สิทธิที่จะอนุญาตให้คนอื่นใช้สิทธินั้นด้วย ดังนั้น หากใครต้องการจะทำซ้ำงานคนอื่นก็ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
  2. ในบางกรณี สาธารณชนก็มีสิทธิที่จะทำซ้ำ ดัดแปลงงานวรรณกรรม ศิลปกรรมของคนอื่นได้ หากเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เรียกว่า “ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์” เช่น การใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ใช้เพื่อการศึกษาวิจัย การใช้เพื่อการสอน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร และหากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์และไม่กระทบกระเทือนสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร
  3. สำหรับกรณีที่งานศิลปกรรม “ตั้งเปิดเผยประจำอยู่ในที่สาธารณะ” เช่น ประติมากรรมรูปปั้น “ไอ้ไข่” ตั้งอยู่ในศาลาวัด ซึ่งเป็นที่สาธารณะประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ สาธารณชนมีสิทธิที่จะวาดภาพถ่ายภาพ หรือ ปั้นรูปไอ้ไข่ ตามแบบที่ตั้งแสดงนั้นได้ เรียกว่า Freedom of panorama โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานนั้น อีกทั้ง กฎหมายไม่ได้ห้ามการนำผลงานที่เกิดขึ้นไปใช้เพื่อการค้า (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 37)

สรุปว่า การปั้นรูปเหมือน “ไอ้ไข่” แห่งวัดเจดีย์ แม้ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ไม่มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนกรณีที่ปั้นรูปเด็กผู้ชายอ้วนๆหน้ากลมๆในท่านั่งยิ้ม (หน้าตาไม่เหมือนไอ้ไข่ แห่งวัดเจดีย์) แล้วเรียกกันว่า “ไอ้ไข่” เช่นนี้ไม่เป็นการทำซ้ำ ดัดแปลง งานประติมากรรมรูปปั้น “ไอ้ไข่” จึงไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ (แต่ก็อาจผิดตามกฎหมายอื่นได้ที่นำชื่อ “ไอ้ไข่” ไปใช้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาและลักษณะของการนำไปใช้)….ด้วยความปรารถนาดี ผศ.ชลธิชา สมสอาด